top of page

BLOG

LIBOTHAI

4 เรื่องความเข้าใจผิดๆ ตัวแทนกับนายหน้า แตกต่างกันอย่างไร?

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ และเคยสับสนว่า “ตัวแทน” กับ “นายหน้า” นั้นมีบทบาทแตกต่างกันอย่างไร

สองบทบาทนี้มักเป็นประเด็นที่คนทั่วไปเข้าใจผิด แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการทำธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเกี่ยวข้องกับการซื้อ ขาย หรือเช่าอสังหาริมทรัพย์



คลิปนี้เรามีคำตอบที่จะอธิบายความแตกต่างของสองบทบาทนี้ให้กับคุณ



การก้าวเข้าสู่อาชีพนายหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและเตรียมตัวอย่างเหมาะสม สำหรับผู้ที่ "อยากเป็นนายหน้าอย่างมืออาชีพ" มีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านกฎหมาย, ทักษะการสื่อสาร, ความเข้าใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง 


บทความนี้ LIBOTHAI Academy จะนำเสนอข้อมูลสำคัญและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นอาชีพนายหน้าได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะการรู้จักกับข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายหน้า เพื่อให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและมืออาชีพ ตามมาดูกันว่าคุณต้องรู้กฎหมายอะไรบ้างเพื่อเป็นนายหน้าที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ นี่คือบางส่วนของกฎหมายที่นายหน้าควรมีความเข้าใจ


1. กฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายและการเช่าอสังหาริมทรัพย์: 


การเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายและการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพและเป็นธรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นด้วย 


ต่อไปนี้คือ เรื่องหลักๆ ที่นายหน้าควรมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้:


1. กระบวนการซื้อขาย: นายหน้าควรเข้าใจกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงการค้นหาทรัพย์สิน, การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทั้งเกี่ยวกับตัวผู้ซื้อ ผู้ขาย และทรัพย์สิน, การต่อรองราคา, และการเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการซื้อขาย


2. สัญญาซื้อขาย: ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำสัญญาซื้อขายเป็นสิ่งจำเป็น สัญญาควรระบุข้อกำหนดที่ชัดเจน เช่น ราคาซื้อ, รายละเอียดของทรัพย์สิน, ข้อกำหนดการชำระเงิน, และเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ครบถ้วน


3. การจดทะเบียนสิทธิ์ในทรัพย์สิน: นายหน้าต้องเข้าใจขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิ์ในทรัพย์สิน โดยเฉพาะการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรับรองกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย.


4. กฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินและอาคาร: ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเช่าเป็นสิ่งสำคัญทั้งสำหรับผู้เช่าและผู้ให้เช่า นายหน้าต้องเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เช่น การปรับปรุงทรัพย์สิน, การชำระค่าเช่า, และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาเช่า เป็นต้น


การมีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้อย่างถูกต้องครบถ้วน จะช่วยให้นายหน้าสามารถให้คำปรึกษาและบริการแก่ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ และเป็นธรรม 


นอกจากนี้ยังช่วยให้นายหน้าสามารถป้องกันและจัดการกับปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี การศึกษาและอัปเดตความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนายหน้าในการรักษามาตรฐานการให้บริการและการปฏิบัติงานที่เป็นมืออาชีพ




2. กฎหมายที่ดิน กฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร 


การรู้เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายที่ดินและกฎหมายผังเมือง เป็นการมีความรู้เกี่ยวกับการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เพราะช่วยให้สามารถให้คำปรึกษากับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการใช้งานที่ดินที่เป็นไปได้ และป้องกันการซื้อขายที่ดินผิดวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ด้วยเหตุผลดังนี้:


1. การใช้ประโยชน์ที่ดิน

กฎหมายเหล่านี้กำหนด “การใช้ประโยชน์ที่ดิน” ในพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่พาณิชยกรรม พื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่เพื่อการเกษตร การรู้เรื่องกฎหมายเหล่านี้ช่วยให้นายหน้าสามารถแนะนำลูกค้าในการเลือกซื้อหรือเช่าทรัพย์สินที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการได้


เพราะกฎหมายเหล่านี้เป็นข้อจำกัดการใช้สอยประโยชน์ที่ดินเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พื้นที่ที่อนุญาตให้สร้างบ้านเพียงอย่างเดียว ถ้าซื้อหรือเช่าไปแล้ว ก็จะไม่สามารถใช้เป็นพื้นที่เพื่อประกอบอุตสาหกรรม หรือพาณิชยกรรม ได้ ซึ่งอาจผิดไปจากวัตถุประสงค์ของคนซื้อหรือผู้เช่า ทำให้เกิดความเสียหาย


2. การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง

กฎหมายเหล่านี้กำหนดเกี่ยวกับ “การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง” หรือการใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง ที่สร้างบนที่ดิน เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่ดิน หรือการก่อสร้างที่ต้องการอนุญาตพิเศษ ช่วยให้นายหน้าสามารถแนะนำลูกค้าให้เตรียมความพร้อมและเข้าใจกระบวนการที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง


3.มูลค่าของทรัพย์สิน 

กฎหมายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ “มูลค่าของทรัพย์สิน” การรู้เรื่องกฎหมายและข้อจำกัดเหล่านี้ยังช่วยให้นายหน้าสามารถประเมินผลกระทบต่อมูลค่าของทรัพย์สินได้ ตัวอย่างเช่น ทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อนุญาตให้มีการพัฒนาทางพาณิชยกรรมอาจมีมูลค่าสูงกว่าพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเฉพาะเจาะจง


4. การวางแผนและการพัฒนาอนาคตของพื้นที่

กฎหมายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ “การวางแผนและการพัฒนาอนาคตของพื้นที่” เช่น โครงการสาธารณูปโภคใหม่หรือการขยายถนน ช่วยให้นายหน้าสามารถแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับศักยภาพการเติบโตหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้


การมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ช่วยให้นายหน้าสามารถให้บริการที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูงให้กับลูกค้า โดยการประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพย์สินอย่างละเอียด รวมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจซื้อหรือการใช้งานทรัพย์สินนั้นๆ



การมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอสังหาริมทรัพย์มีประโยชน์ต่อนายหน้าอย่างไร


การมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอสังหาริมทรัพย์มีประโยชน์อย่างมากต่อนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในหลายด้าน ทั้งในการสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความมืออาชีพ ดังนี้:

  1. สร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า: ความรู้ทางกฎหมายช่วยให้นายหน้าสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ เมื่อลูกค้ารู้ว่านายหน้ามีความรู้และความเข้าใจในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยู่ในมือที่ปลอดภัย

  2. แสดงความเป็นมืออาชีพ: นายหน้าที่มีความรู้ทางกฎหมายจะสามารถจัดการกับกระบวนการทางกฎหมายได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสัญญา การประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ความสามารถเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกค้ามองหาในนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ

  3. เพิ่มความสามารถในการต่อรอง: ความรู้ทางกฎหมายสามารถเพิ่มพูนความสามารถในการต่อรองของนายหน้า ทั้งในเรื่องของราคาและเงื่อนไขต่างๆ ในสัญญาซื้อขายหรือเช่า การมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายช่วยให้นายหน้าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าได้ดีขึ้นและช่วยให้การทำธุรกรรมสำเร็จลุล่วงได้โดยไม่มีปัญหา

  4. การแก้ไขปัญหาทางกฎหมายและลดความเสี่ยง: ความเชี่ยวชาญในกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ช่วยให้นายหน้าสามารถแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกระบวนการการซื้อขายหรือการเช่าที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การช่วยในการโฉนดที่ดินหรือการแก้ไขความขัดแย้งในสัญญา และช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายและการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ทั้งสำหรับนายหน้าและลูกค้า.



การรู้กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงคุณภาพการบริการของนายหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกคุณสามารถสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจกับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีและการขยายธุรกิจในระยะยาว





bottom of page